เครื่องพ่นหมอกควัน

 |  เครื่องพ่นหมอกควัน

เครื่องพ่นหมอกควัน Fogging machine

ปัญหายุงลาย แมลงวัน แมลงสาบ และแมลงอื่น

ปัญหายุงลาย แมลงวัน แมลงสาบ และแมลงอื่นๆ ต้นเหตุของโรคอันตรายเช่น ไข้เลือดออก หรือเชื้อโรคที่มากับแมลง และศัตรูพืช ของพืชผลทางการเกษตร ป้องกันได้หากมีการกำจัดได้ทุกซอกมุมของพื้นที่ เครื่องพ่นหมอกควันจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการกำจัดยุง แมลงต่างๆได้ดี

เครื่องพ่นหมอกควัน

เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องพ่นกำจัดแมลง เครื่องพ่นกำจัดยุงใช้กำจัดแมลง ป้องกันและควบคุม แมลงที่บินหรือคลาน เช่นยุงลาย ยุงรำคาญ แมลงวัน แมลงสาบ ปลวก ใช้ได้กับ บ้านเรือน คอกปศุสัตว์ โรงงานอุตสาหกรรม รีสอร์ท โรงแรม ในท่อน้ำทิ้ง หรือพื้นที่ การเกษตรเช่น สวนผักสวนผลไม้ นาข้าว ไร่ข้าวโพด สวนส้ม กำลังการพ่นหมอกควันหรือละอองฝอยได้สม่ำเสมอ หนาแน่น เข้าถึงทุกซอกมุม มีความทนทานสะดวกต่อการใช้งานเพราะเป็นเครื่องยนต์แบบอัตโนมัติติดง่าย โดยการผสมของอากาศและน้ำมันเบนซิน โดยใช้แบตเตอรี่ 12 โวลต์หัวเทียนเป็นตัวจุดระเบิด เพี่ยงแค่กดปุ่ม และแบตเตอรี่ชาร์ทไฟเข้าใหม่ได้ เมือไฟมีกำลังอ่อน สามารถ การดูแลรักษาไม่ยุงยาก ไม่ร้อนเร็ว มีการระบายความร้อนที่ดีถึง 2 ชั้น ถังน้ำยาและถังน้ำมันทำจากเหล็กสแตนเลส ชนิดหนาพิเศษ ป้องกันการกัดกร่อนของน้ำยาเคมีและน้ำมันเชื้อเพลิง ชิ้นส่วนง่ายต่อการถอดเปลี่ยนใหม่ สะดวกตรวจสอบหาสาเหตุหากเกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง เพราะตำแน่งของหัวเทียนเห็นได้ง่าย ผลิตโดยผู้นำในการผลิตเครื่องพ่นหมอกควัน จากประเทศเกาหลี ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 : 2000

มี 3 รุ่น

เครื่องพ่นหมอกควัน BF150

• รุ่น BF150 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันได้อย่างเดี่ยว

เครื่องพ่นหมอกควันและแบบละอองฝอย BF200

• รุ่น BF200 เป็นเครื่องพ่นหมอกควันและแบบละอองฝอย ได้โดยไม่ต้องติดอุปกรณ์เพิ่ม แค่หมุนวาล์ว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

เครื่องพ่นหมอกควัน BF400

• รุ่น BF400 เป็นเครื่องพ่นหมอกควัน แบบสั่งการด้วยรีโมทคอนโทรล ทำให้ทำงานสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ข้อดี เครื่องพ่นหมอกควัน

เครื่องพ่นหมอกควันเป็นเครื่องยนต์อัตโนมัติติดง่าย เพราะใช้หัวเทียนและแบตเตอรี่ DC 12 โวลต์ในการจุดระเบิด ประหยัดน้ำมัน มีการพ่นหมอกควันหรือละอองฝอยได้สม่ำเสมอ หนาแน่นสูง

ปลอดภัย ไม่ร้อนเร็ว เพราะระบบระบายความร้อน 2 ชั้น

มีความทนทานและบำรุงรักษาง่าย

  เครื่องพ่นหมอกควัน BF150 เครื่องพ่นหมอกควันและแบบละอองฝอย BF200 เครื่องพ่นหมอกควัน BF400
ข้อมูล รุ่น BF 150
บีเอฟ 150
BF 200
บีเอฟ 200
BF400
บีเอฟ 400
ลักษณะเครื่องพ่น พ่นหมอกควัน พ่นหมอกควันและ แบบละอองฝอย พ่นหมอกควัน
การติดเครื่องยนต์ การกดปุ่ม แบบอัตโนมัติ การกดปุ่ม แบบอัตโนมัติ การกดปุ่ม แบบอัตโนมัติ
ระบบไฟฟ้า แบตเตอรี่ 12 โวลต์ สามารถชาร์ตได้ แบตเตอรี่ 12 โวลต์ สามารถชาร์ตได้ แบตเตอรี่ 12 โวลต์ สามารถชาร์ตได้
ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 23 x 135 x 34 ซม (cm.). 23 x 135 x 34 ซม (cm.). 71 x 133 x 49ซม (cm.).
น้ำหนักเครื่องเปล่า 9 กิโลกรัม (kg.) 10 กิโลกรัม (kg.) 45 กิโลกรัม (kg.)
ถังบรรจุสารเคมี (สเตนเลส) 1.8 ลิตร (l.) 1.8 ลิตร (l.) 16 ลิตร (l.)
ถังบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง (สเตนเลส) 8 ลิตร (l.) 8 ลิตร (l.) 100-150 ลิตร (l.)
กำลังของเครื่องยนต์ 30 kw/hr ( 40 แรงม้า) 30 kw/hr ( 40 แรงม้า) 43.8 kw/hr ( 59 แรงม้า)
การสิ้นเปลืองน้ำมันชื้อเพลิง 1.5 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.) 1.8 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.) 3.3 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.)
น้ำมันชื้อเพลิงที่ใช้ น้ำมันเบนซิน 91/95 และแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน 91/95 และแก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน 91/95 และแก๊สโซฮอล์
อัตราการพ่น 40 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.) 50 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.) 85 ลิตร ต่อ ชั่วโมง (l./hr.)
ระยะในการพ่น 6 เมตร (m.) 6 เมตร (m.) 8-9 เมตร (m.)
ความดันถังสารเคมี 0.3 BAR 0.3 BAR 0.36 BAR
ความดันถังเชื้อเพลิง 0.12 BAR 0.12 BAR 0.18 BAR
ผลิตโดย ประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลี ประเทศเกาหลี

ข้อแนะนำการใช้เครื่องพ่นหมอกควัน

ชิ้นส่วนเครื่องพ่นหมอกควันและแบบละอองฝอย

1.การเตรียมเครื่องพ่นหมอกควันให้พร้อมก่อนการใช้งาน

แบเตเตอรี่เครื่องพ่นหมอกควัน
หากเครื่องไม่เคยใช้งานมาก่อน ให้ชาร์ตไฟแบตเตอรี่ครั้งแรก ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง หลังจากครั้งต่อไป ชาร์ตแค่เพียง 1-2 ชั่วโมงก็พอ หากมีการใช้หลายมือควรชาร์ตไฟหลังงานเสร็จ บ่อยครั้งที่ไม่มีคนคอยชาร์ต แนะนำให้คนใช้คนสุดท้ายเป็นคนชาร์ต หรือ นานๆใช้เครื่องจะชาร์ต 1-2 เดือนครั้งก็ได้ (ไฟในแบตเตอรี่จะใช้เมื่อมีการสตาร์ทเท่านั้น ขณะที่พ่นจะไม่เกี่ยวกับไฟใน แบตเตอรี่) การเสื่อมหรือเสียของแบตเตอรี่เกิดขึ้นใช้จนประจุไฟในแบตเตอรี่หมดเกลี้ยง (อายุแบตเตอรี่ประมาณ 2 ปี) เครื่องที่มีการชาร์ตมาแล้วสามารถใช้ได้เลย

ถังน้ำมันเครื่องพ่นหมอกควันและถังน้ำยาเครื่องพ่นหมอกควัน

1.1 ให้เติมน้ำมันเบนซินสำหรับเครื่องยนต์ (ถังเล็กขวาสุด ขนาด 1.8 ลิตร)
ใช้น้ำมันเบนซินทุกชนิด แนะนำแก๊สโซฮอลล์ 95 หรือ เบนซิน 91 ข้อสำคํญสิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของผสมอยู่ เป็นสาเหตุการอุดตันของหัวฉีดและภาชนะที่นำไปใส่น้ำมันเบนซินต้องสะอาดไม่มีน้ำหรือน้ำมันดีเซลผสม (ไม่ควรใช้ภาชนะใส่น้ำมันดีเซลมาใส่น้ำมันเบนซิน)

หมายเหตุ: ใช้แต่น้ำมันเบนซินเพียงอย่างเดียว ห้ามใส่ส่วนผสมอื่นโดยเด็ดขาด เช่น โอโตลูป น้ำมันเครื่อง

1.2 ให้ผสมน้ำยาที่ต้องการพ่นกับน้ำมันดีเซลสำหรับการพ่นหมอกควัน หรือ ผสมน้ำสำหรับการพ่นละอองฝอย (ถังใหญ่ซ้ายสุด ขนาด 8 ลิตร) ข้อสำคัญการผสมจะต้องไม่มีสิ่งสกปรกหรือเศษสิ่งของปนอยู่ เป็นสาเหตุการอุดตันของหัวฉีดน้ำมันดีเซลต้องสะอาดไม่มีน้ำหรือน้ำมันเบนซินผสม(ควรแยกภาชนะใส่น้ำมันดีเซลกับน้ำมันเบนซิน มาใช้ปนกัน)

2. วิธีเลือกระบบการพ่น

ระบบการพ่นเครื่องพ่นหมอกควัน
2.1 ให้หมุนวาล์วที่เป็นแขนสีแดงที่อยู่ปลายท่อ (ดูจากสติกเกอร์ที่ติดอยู่) ถ้าต้องการเป็นหมอกควัน ให้หมุนไปที่ SMOKE (ตั้งฉากกับท่อ) ถ้าต้องการเป็นละอองฝอยให้หมุนที่ SPAY (แนวเดียวกับท่อ)

หมายเหตุ: ควรเลือกหมุนวาล์วเพื่อเลือกระบบการพ่นให้ถูกต้องตรงตำแหน่งเพื่อการพ่นน้ำยาจากหัวฉีดจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด

3. การเปลี่ยนระบบการพ่นหลังจากเสร็จงานจากระบบเดิมที่ใช้อยู่ เช่น จากควันเปลี่ยนเป็นละอองฝอย หรือ จากละอองฝอยเปลี่ยนเป็นควัน มีขั้นตอนดั่งนี้

3.1 ตรวจสอบน้ำยาที่เหลืออยู่ในถังน้ำยา ให้ทำการถ่ายน้ำยาออกให้หมด โดยเปิดฝาปิดเปิดถังน้ำยาด้านบนถัง หรือพ่นน้ำยาที่เหลือจนไม่เหลือค้าง
3.2 พักการใช้เครื่องประมาณ 30 นาที (ในกรณีเปลี่ยนระบบการพ่น)
3.3 เติมน้ำยาใหม่ลงไป แล้วหมุนวาล์วเลือกระบบหมุนวาล์วที่เป็นแขนสีแดงที่อยู่ปลายท่อ

4. วิธีสตาร์ทเครื่อง

วาล์วเครื่องพ่นหมอกควัน
4.1 ให้เช็คฝาปิดทุกจุดปิดแน่นสนิท และวาล์วทุกตัวให้อยู่ตำแหน่งที่ปิด

กดปุ่มสตาร์ทเครื่องพ่นหมอกควัน
4.2 กดปุ่มสตาร์ท (ปุ่มสีแดงเล็กๆ เหนือถังน้ำมันเชื่อเพลิง) แบบกดปล่อยกดปล่อยประมาณ 1-2 ครั้ง เพื่อการเผาหัวหากมีน้ำมันเก่าตกค้างในคาร์บูเรเตอร์

เครื่องพ่นหมอกควัน
4.3 เปิดวาล์วน้ำมัน (เป็นวาล์วแบบหมุนอยู่เหนือถังน้ำมันเชื้อเพลิง หลังจากนี้ วาล์วนี้ เราจะเรียกว่าวาล์วที่ 1) หมุนตามเข็มนาฬิกาปิด- หมุนทวนเข็มนาฬิกาเปิด ให้เปิดพอรู้สึกว่าคลายมือก็เพียงพอ ไม่ต้องหมุนหลายรอบ

วิธีสตาร์ทเครื่องพ่นหมอกควัน
4.4 กดปุ่มสตาร์ทกดปล่อยกดปล่อย อย่ากดแช่นานๆ ให้สังเกตน้ำมันวิ่งขึ้นมาตามสายน้ำมัน พอน้ำมันขึ้นมาสุดสาย คือถึงข้อต่อด้านบนสุด ให้กดปุ่มสตาร์ทแช่ 3-4 วินาที เครื่องก็จะติด หากกดปุ่มสตาร์ทแช่ 3-4 วินาที 2 ครั้งยังไม่ติด ให้ปิดวาล์วน้ำมัน แล้วเริ่มต้นใหม่ที่ขั้นตอน 4.1

5. วิธีการพ่นเครื่องพ่นหมอกควัน

วิธีการพ่นเครื่องพ่นหมอกควันและแบบละอองฝอย
5.1 เมื่อเครื่องติด ให้เปิดหมุนวาล์วที่เป็นแขนสีแดงที่อยู่ซ้ายมือถังน้ำยา (วาล์วนี้ทำหน้าที่เปิดปิดน้ำยาพ่น หลังจากนี้ วาล์วนี้ เราจะเรียกว่าวาล์วที่ 2) ให้ขนานกับท่อจะเป็นการเปิด หากขวางท่อจะเป็นการปิด จากนั้นหมุนวาวล์ที่อยู่ถัดไปบนท่อพ่นตรงกลาง (หมุนตามเข็มนาฬิกาปิด- หมุนทวนเข็มนาฬิกาเปิด หลังจากนี้ วาล์วนี้ เราจะเรียกว่าวาล์วที่ 3) ทำหน้าที่ปรับปริมาณน้ำยาให้ออกมากออกน้อย ออกน้อยควันก็น้อยหรือละอองฝอยก็น้อย ออกมากควันก็มากหรือละอองฝอยก็มาก การเปิดวาล์วให้ดูจากควัน หรือละอองฝอยให้พ่นออกมาในปริมาณที่ต้องการโดยที่ไม่ต้องเปิดวาล์วมากเกินไป

การเปลี่ยนจุดพ่นเครื่องพ่นหมอกควัน

5.2 หากต้องการเปลี่ยนจุดพ่น ให้ทำการปิดน้ำยาชั่วคราวโดยหมุนปิดที่วาล์วที่ 3 เท่านั้น เมื่อจะต้องการพ่นต่อให้หมุนเปิดที่วาล์วที่ 3 ที่เป็นตัวปรับปริมาณน้ำยาให้พอเหมาะไม่ควรเปิดวาล์วมากไป

ข้อควรระวังในการพ่น ไม่ควรหันปลายท่อขึ้นหรือลงเกินแนว 30 องศากับพื้นดินควรหันปลายท่อขนานกับพื้นดินหรือกดลงเล็กน้อย เนื่องจากหันปลายท่อมากเกินไปอาจเกิดเปลวไฟขึ้นได้ที่ปลายท่อ (หากพ่นเป็นหมอกควัน เป็นเงื่อนไขการใช้งานของทุกยี่ห้อ)

การใช้เครื่องพ่นควันไม่ให้ไฟลุกที่ปากกระบอก

6. การดับเครื่องพ่นหมอกควันหรือเลิกใช้งาน

การดับเครื่องพ่นหมอกควัน
6.1 ทำการปิดวาล์วตัวที่ 3 ที่เป็นตัวปรับปริมาณน้ำยาก่อน จากนั้นปิดวาล์วตัวที่ 2 และสังเกตุที่ปลายท่อว่าไม่มีควันหรือละอองฝอยออกมาแล้ว ทำการปิดวาล์วที่ 1 เครื่องก็จะดับ เป็นการดับเครื่อง
กรณีหากปิดวาล์วตัวที่ 1 ทันทีก่อน โดยไม่ปิดวาล์วตัวที่ 3 และ 2 ตามลำดับจะเกิดไฟติดที่ปลายท่อหากพ่นในระบบหมอกควัน เงื่อนไขการใช้เหมือนทุกยี่ห้อ

เปิดวาล์วฝาถังน้ำยา พื่อระบายแรงดันอากาศออกของเครื่องพ่นหมอกควัน
6.2 จากนั้นหมุนเปิดวาล์วฝาถังน้ำยาออกเล็กน้อยพอมีเสียงลมอัดออกมา เพื่อระบายแรงดันอากาศออก แล้วปิดฝาให้สนิทเหมือนเดิม
6.3 หลังจากใช้งานเสร็จควรชาร์ตแบตเตอรี่ทุกครั้ง ห้ามปล่อยให้แบตเตอรี่หมดเกลี้ยง จะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้

หมายเหตุ: หากไฟติดที่ปลายท่อ ให้ปิดวาล์วที่ 3 และ 2 ตามลำดับก่อน จากนั้นจึงปิดวาล์วน้ำมัน และคลายฝาถังน้ำยา ระบายแรงดันอากาศออก สักพักไฟก็จะดับเอง (เป็นเงื่อนไขการใช้งานของทุกยี่ห้อ)

การบำรุงรักษาเครื่องพ่นหมอกควัน

• ควรหยุดพักเครื่องประมาณ 15-20 นาทีต่อการใช้งาน 1 ชั่วโมง หรือ 1ชั่วโมงครึ่ง
• พักเครื่องประมาณ 30 นาทีเมื่อมีการเปลี่ยนระบบการพ่น
• ทำการดับเครื่องทุกครั้งในขณะที่เติมน้ำมันเครื่องยนต์หรือน้ำยาพ่น
• ตรวจสอบว่าแบตเตอรีมีประจุไฟฟ้าอยู่ตลอดเวลา หรือ ชาร์ตไฟทุกครั้งหลังเสร็จงาน
• ควรทำความสะอาดท่อความร้อน โดยมองที่ปลายท่อ จะเห็นท่อเล็กๆ อยู่ภายใน ใช้แปลงลวดที่มีไปกับตัวเครื่อง แหย่เข้าไปทำความสะอาดรู ให้แปรงถูถึงตำแหน่งหัวฉีดน้ำยา เข้าออก 7-8 ครั้งหรือพอรู้สึกว่าลื่นมือ ทำแบบนี้เมื่อมีการใช้งาน 8-12 สัปดาห์ต่อการทำความสะอาด 1 ครั้งเป็นการทำความสะอาด คราบน้ำยาที่หัวฉีดภายในท่อ หรือเขม่า ถูเสร็จก็ให้กดปลายท่อลง แล้วเอามือเคาะท่อเบาๆ ให้เศษผงที่ตกค้างหลุดออกมา
• ในส่วนของตัวเครื่องให้ใช้ผ้าชุบน้ำเปล่าเช็ดก็พอ
• เมื่อรู้ว่าจะไม่มีการใช้เครื่องเวลานาน ควรเทน้ำยาและน้ำมันเครื่องออกจากถังให้หมด และชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็ม
• เมื่อไม่มีการใช้งานนานควรชาร์ตแบตเตอรี่ ทุกๆ 3เดือน

หมายเหตุ: ห้ามปล่อยให้แบตตอรี่หมดเกลี้ยง จะทำให้แบตตอรี่เสื่อมได้ ไฟในแบตเตอรี่จะใช้เมื่อมีการสตาร์ทเท่านั้น ขณะที่พ่นจะไม่เกี่ยวกับไฟใน แบตเตอรี่

ต้นเหตุของการเกิดไฟลุกที่ปลายท่อเครื่องพ่นหมอกควัน
• ท่อความร้อนหรือเล็กๆด้านในจะมีความร้อนสูงประมาณ 550 องศา เมื่อทำการพ่นน้ำยาออกจากหัวฉีดจึงทำให้เกิดเป็นควัน โดยที่ การทำงานของเครื่องจะสร้างแรงอัดอากาศตลอดเวลา หากเราดับเครื่องทันทีโดยไม่มีการปิดวาล์วน้ำยาที่มีส่วนผสมน้ำมันดีเซล แรงอัดอากาศจะไม่มี แต่น้ำยาก็ยังหยดอยู่บนท่อความร้อนที่มีความร้อนสูงทำเกิดไฟลุก
สิ่งที่ต้องให้ความใส่ใจและระมัดระวัง
• ต้องไม่ลืมปิดวาล์วน้ำยาและรอจนไม่มีควันออกมาจึงค่อยปิดวาล์วน้ำมัน
• สังเกตุน้ำมันเครื่องไม่ให้หมดระหว่างพ่น เพราะเมื่อเครื่องดับวาล์วน้ำยายังเปิดอยู่ ทำให้เกิดไฟลุกที่ปลายท่อได้
• เวาลาทำการพ่นต้องไม่ให้หันปลายท่อในทางขึ้นและลงเกิน 30 องศา เพราะอาจจะมีน้ำยาย้อยหรือย้อนท่อความร้อน ทั้งที่จะพ่นออกมาตรงๆ

อีกข้อนึงที่ห้ามลืมการเปิดฝาถังน้ำยาให้ระบายแรงอัดอากาศออก เพราะเมื่อเราดับเครื่องแรงดันอากาศก็ยังคงอยู่ในถังน้ำยา วิธีนี้ช่วยลดอาการถังบวมและปริแตกได้ และการเปิดฝาถังน้ำยาแค่ถังเดียวก็พอ หากดูที่สายน้ำมันมีน้ำมันค้างอยู่ให้หมุนวาล์วน้ำมันเล็กน้อย น้ำมันก็จะไหลลงถัง

วิธีการใช้งานเครื่องพ่นหมอกควันการพ่นแบบหมอกควันที่ดี (มีน้ำมันดีเซลเป็นส่วนผสมของน้ำยา)
วิธีการใช้งานเครื่องพ่นหมอกควันการพ่นแบบหมอกควันที่ดี

1. ควรแต่งกายมิดชิดสวมแว่นตาและหน้ากาก ป้องกันควันเข้าตาและการสูดดมหมอกควันเข้าไป
2. ผู้ใช้งานควรอยู่ตำแหน่งที่เหนือลม และวางแผนการการพ่นโดยให้เดินถอยหลังหรือในแนวเฉียง เพื่อให้การพ่นครอบคลุมพื้นที่ได้ดีมีประสิทธิภาพ
3. ขณะที่พ่นให้ปลายท่อพ่นก้มลงเล็กน้อยทำให้ควันเลียบพื้นด้านล้างแล้วค่อยลอยขึ้นด้านบน หากต้องการพ่นในตำแหน่งที่สูงเช่นยอดไม้ ควรยืนหากจากบริเวณที่พ่นพอสมควร และเอียงไม่เกิน 30 องศา ควันที่พ่นออกมาก็จะลอยไปบริเวณที่เราต้องการ
4. การพ่นลงท่อระบายน้ำสิ่งที่ต้องทำคือเปิดฝาท่อระบายน้ำที่เชื่อมกันเพื่อให้อากาศถ่ายเท เมื่อเราพ่นจะได้ไม่มีแรงดันอากาศดันกลับมาให้ห่างพอสมควร และเอียงไม่เกิน 30 องศา และไม่ควรจอที่รูท่ออาจจะเกิดอันตรายได้หากมีแก๊สหรือแรงดันมากที่ภายในท่อนั้น
5. ให้พ่นบริเวณมุมอับ หรือรก ที่ชื้นแฉะ ตามกอหญ้าพงหญ้า เพราะเป็นที่อยู่ของยุงและแมลงต่างๆ
6. ควรพ่นบ่อยแค่ไหน เพื่อป้องกันและกำจัด ให้ผู้พ่นสังเกตหลังการพ่น พื้นที่โล่งหรือมีการโดนแดด ให้ 3 วันต่อครั้ง ส่วนที่ร่ม หรือภายในอาคาร 5 วันต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและชนิดของน้ำยาที่ผสมเพื่อป้องกันและกำจัด ยุง แมลง

วิธีการใช้งานเครื่องพ่นหมอกควันการพ่นแบบละอองฝอยที่ดี (มีน้ำเป็นส่วนผสมของน้ำยา)วิธีการใช้งานเครื่องพ่นหมอกควันการพ่นแบบละอองฝอยที่ดี
1. ควรแต่งกายมิดชิดสวมแว่นตาและหน้ากาก ป้องกันควันเข้าตาและการสูดดมหมอกควันเข้าไป
2. ผู้ใช้งานควรอยู่ตำแหน่งที่เหนือลม และวางแผนการการพ่นโดยให้เดินถอยหลังหรือในแนวเฉียง เพื่อให้การพ่นครอบคลุมพื้นที่ได้ดีมีประสิทธิภาพ
3. ให้ปลายท่อเอียงขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้ละอองค่อยๆ ล่วงตกลกมาและยืนห่างบริเวณที่ทำการพ่น อย่างน้อย 4 เมตร เพราะเครื่องสามารถพ่นได้ไกล ถึง 6 เมตรหากไม่มีลมพัดย้อนมา
4. ควรพ่นบ่อยแค่ไหน เพื่อป้องกันและกำจัด ให้ผู้พ่นสังเกตหลังการพ่น พื้นที่โล่งหรือมีการโดนแดด ให้ 4 วันต่อครั้ง ส่วนที่ร่ม หรือภายในอาคาร 7 วันต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและชนิดของน้ำยาที่ผสมเพื่อป้องกันและกำจัด ยุง แมลง

หมายเหตุ : การใช้งานจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะการใช้งาน ซึ่งทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการนำข้อมูลนี้ไปใช้งาน

 


« Back